วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2555

มหันตภัยที่ไม่ควรมองข้าม

อินเทอร์เน็ตถือว่ามีความจำเป็นอย่างมากถึงมากที่สุด สำหรับการดำเนินชีวิตในโลกยุคใหม่ เพราะความสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสามารถทำกิจกรรมได้หลากหลายอย่าง โลกไซเบอร์จึงเปรียบดังโลกเสมือนจริงที่เปิดกว้างให้สามารถค้นหาข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ 

ความบันเทิงที่หลากหลาย หรือจะแบ่งปันข้อมูลข่าวสารไปยังเพื่อนๆ ทั่วโลกก็ทำได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย แต่เหรียญมีสองด้าน สิ่งใดมีประโยชน์ก็ย่อมจะมีโทษตามมา หากผู้ใช้ขาดสติ และไม่ระมัดระวัง ก็สามารถนำพาชีวิตเข้าสู่อันตรายอย่างไม่อาจจะคาดการณ์ได้ทีเดียวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปฟังเสวนาพิเศษเรื่อง “รู้เท่าทันกฎหมาย ชนะภัยไซเบอร์” ซึ่งมีการนำเสนอผลงานวิจัยชิ้นล่าสุดของปัญญาสมาพันธ์เพื่อการวิจัยความเห็นสาธารณะแห่งประเทศไทย เรื่อง “ภัยไซเบอร์ : การรับรู้และความเข้าใจของประชาชน เกี่ยวกับกฎหมาย และหน่วยงานที่รับผิดชอบ” ร่วมเสวนาโดย พ.ต.อ.สมพร แดงดี ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นายวันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์พันทิปดอทคอม และ ผศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ คณะกรรมการบริหารนโยบาย ปัญญาสมาพันธ์ฯ ซึ่งมีเนื้อหาน่าสนใจอดไม่ได้ที่จะหยิบยกมาเล่าสู่กันฟังจากการศึกษาวิจัยของเขาพบว่า ปัจจุบันจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ ส่งผลต่อปัญหาด้านอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตที่สูงขึ้นเช่นกันแต่ข้อมูลคดีอาชญากรรมบนอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2550 ถึงเดือนกรกฎาคม 2553 กลับพบว่าการดำเนินคดีตามกฎหมายมีเพียง 185 คดีที่ขึ้นสู่ชั้นศาล ซึ่งอาจเกิดจากการยอมความกันในขั้นสอบสวน หรือผู้ตกเป็นเหยื่ออาจไม่มีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมบนอินเทอร์เน็ต รวมถึงไม่ทราบขั้นตอนในการดำเนินการเมื่อตกเป็นเหยื่อทั้งนี้ ผู้ตอบส่วนใหญ่เห็นว่า บทลงโทษของผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั้น สมควรทั้งถูกจำคุกและถูกปรับมากที่สุดถึงร้อยละ 62 โดยร้อยละ 42.6 ตอบว่ารู้สึกกลัวที่จะกระทำผิด ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่ากลุ่ม ที่รู้สึกว่ากลัวจะตกเป็นเหยื่อที่มีมากถึงร้อยละ 58.3 และส่วนใหญ่ต้องการให้มีหน่วยงานเข้ามาดูแล และป้องกันภัยทางไซเบอร์อย่างจริงๆ จังๆ ขณะที่คำถามว่า หากโดนกระทำผิดทางอินเทอร์เน็ต รู้ไหมว่าจะสามารถเรียกร้องได้ที่ไหนกับใคร พบว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ 51.1 ทราบว่าร้องเรียนได้ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องร้องเรียนที่ไหนกับใคร รองลงมาร้อยละ 34 ตอบว่าไม่เคยทราบมาก่อนว่า สามารถร้องเรียนได้ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 35 ไม่ทราบมาก่อนว่ามีกฎหมายนี้ ราวร้อยละ 35.9 ตอบว่าทราบว่ามีพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 แต่ไม่เคยอ่าน 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น