วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2555

อินเตอร์เน๊ต


อินเตอร์เน็ตคืออะไร
         อินเทอร์เน็ตคือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันเป็นจำนวนมากครอบคลุมไปทั่วโลกโดยอาศัยโครงสร้างระบบสื่อสารโทรคมนาคมเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูล มีการประยุกต์ใช้งานหลากหลายรูปแบบ อินเทอร์เน็ตเป็นทั้งเครือข่ายของคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายของเครือข่าย เพราะอินเทอร์เน็ตประกอบด้วยเครือข่ายย่อยเป็นจำนวนมากต่อเชื่อมเข้าด้วยกันภายใต้มาตรฐานเดียวกันจนเป็นสังคมเครือข่ายขนาดใหญ่ อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายสาธารณะที่ไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของ ทำให้การเข้าสู่เครือข่ายเป็นไปได้อย่างเสรีภายใต้กฎเกณฑ์บางประการที่กำหนดขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและวุ่นวายจากการเชื่อมต่อจากเครือข่ายทั่วโลก


ความสำคัญของอินเทอร์เน็ตที่มีผลต่อชีวิตประจำวันและการศึกษา
          ปัจจุบันอินเทอร์เน็ต มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของคนเรา หลายๆ ด้าน ทั้งการศึกษา พาณิชย์ ธุรกรรม วรรณกรรม และอื่นๆ ดังนี้
ด้านการศึกษา 
          - สามารถใช้เป็นแหล่งค้นคว้าหาข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลด้านการบันเทิง ด้านการแพทย์ และอื่นๆ ที่น่าสนใจ 
          - ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จะทำหน้าที่เสมือนเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ 
          - นักศึกษาในมหาวิทยาลัย สามารถใช้อินเทอร์เน็ต ติดต่อกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ เพื่อค้นหาข้อมูลที่กำลังศึกษาอยู่ได้ ทั้งที่ข้อมูลที่เป็น ข้อความ เสียง ภาพเคลื่อนไหวต่างๆ เป็นต้น 

ด้านธุรกิจและการพาณิชย์ 
          - ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจ 
          - สามารถซื้อขายสินค้า ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 
          - ผู้ใช้ที่เป็นบริษัท หรือองค์กรต่าง ๆ ก็สามารถเปิดให้บริการ และสนับสนุนลูกค้าของตน ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ เช่น การให้คำแนะนำ สอบถามปัญหาต่าง ๆ ให้แก่ลูกค้า แจกจ่ายตัวโปรแกรมทดลองใช้ (Shareware) หรือโปรแกรมแจกฟรี (Freeware) เป็นต้น 

ด้านการบันเทิง 
          - การพักผ่อนหย่อนใจ สันทนาการ เช่น การค้นหาวารสารต่าง ๆ ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ที่เรียกว่า Magazine o­nline รวมทั้งหนังสือพิมพ์และข่าวสารอื่นๆ โดยมีภาพประกอบ ที่จอคอมพิวเตอร์เหมือนกับวารสาร ตามร้านหนังสือทั่วๆ ไป 
          - สามารถฟังวิทยุผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ 
          - สามารถดึงข้อมูล (Download) ภาพยนตร์ตัวอย่างทั้งภาพยนตร์ใหม่ และเก่า มาดูได้
 การบริการบนอินเตอร์เน็ตและการเข้าถึงการให้บริการอินเตอร์เน็ต
 เครือข่ายอินเตอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ความบันเทิงไว้จำนวนมหาศาล เปรียบเสมือนกับห้องสมุดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อินเตอร์เน็ต มีกำเนิดจากเหตุผลทางด้านการทหารของประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากที่กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกาได้สนับสนุนโครงการเครือข่ายที่มีชื่อว่า "อาร์พาเน็ต" อันเกิดจากความร่วมมือ กันระหว่างมหาวิทยาลัยชื่อดัง 4 แห่ง เครือข่ายดังกล่าวก็เป็นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ซึ่งมีประโยชน์มากทั้งทางด้านการศึกษาและการทหาร ภายหลังองค์กรและบริษัทต่างๆ ก็เล็งเห็นประโยชน์ ในการใช้เครือข่ายให้เป็นประโยชน์ จึงได้ขอดำเนินการเชื่อมเครือข่ายของตนเข้าเป็นหนึ่งเดียวกันทำให้ขนาดของเครือข่ายขยายขอบเขตจนครอบคลุมทั่วโลกดังที่เป็นอยู่ใน ปัจจุบันและได้เรียกชื่อ เครือข่ายดังกล่าวใหม่ว่า "เครือข่ายอินเตอร์เน็ต"          
 การติดต่อกันระหว่างคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในเครือข่ายอินเตอร์เน็ตสามารถติดต่อกันได้โดยอาศัยโปรโตคอล TCP/IP ซึ่งในระดับกายภาพภายในเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องจะใช้หมายเลข ไอพีแอดเดรสในการอ้างอิงถึงคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายซึ่งหมายเลขไอพีจะเป็นเลขขนาด 32 บิต เครื่องแต่ละเครื่องจะต้องมีหมายเลขไอพีที่ไม่ซ้ำกันเลย สำหรับผู้ใช้สามารถใช้ระบบชื่อโดเมน อ้างอิงถึงคอมพิวเตอร์แทนหมายเลขไอพีก็ได้ เนื่องจากสามารถจดจำได้ง่ายกว่าหมายเลขไอพี 
ประโยชน์และโทษของอินเตอร์เน็ตเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวัน
ประโยชน์ และ โทษของอินเตอร์เน็ต
ปรพโยชน์ ของอินเตอร์เน็ต
ปัจจุบันอินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลก่อให้เกิดประโยชน์มากมายได้แก่

1. ด้านการติดต่อสื่อสาร เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล การส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือการพูดคุยด้วยการส่งสัญญาณภาพและเสียง
2. เป็นระบบสื่อสารพื้นที่จำลอง (Cyberspace) ไม่มีข้อจำกัดทางศาสนา เชื้อชาติ ระบบการปกครอง กฎหมาย3. มีระบบการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต- สามารถค้นหาข้อมูลในด้านต่างๆ ได้ผ่านบริการ World Wide Web4. การบริการทางธุรกิจ เช่น สั่งซื้อสินค้า หรือการโฆษณาสินค้าต่างๆ-5. การบริการด้านการบันเทิงต่างๆ เช่น การดูภาพยนตร์ใหม่ๆ การฟังเพลง ในระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต การเกมออนไลน์ เป็นต้น
โทษของอินเตอร์เน็ต

โทษของอินเตอร์เน็ต มีหลากหลายลักษณะ ทั้งที่เป็นแหล่งข้อมูลที่เสียหาย, ข้อมูลไม่ดี ไม่ถูกต้อง, แหล่งซื้อขายประกาศของผิดกฏหมาย,ขายบริการทางเพศ ที่รวมและกระจายของไวรัสคอมพิวเตอร์ต่างๆ
1. อินเตอร์เน็ตเป็นระบบอิสระ ไม่มีเจ้าของ ทำให้การควบคุมกระทำได้ยาก - มีข้อมูลที่มีผลเสียเผยแพร่อยู่ปริมาณมาก
2. ไม่มีระบบจัดการข้อมูลที่ดี ทำให้การค้นหากระทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร3. เติบโตเร็วเกินไป
4. ข้อมูลบางอย่างอาจไม่จริง ต้องดูให้ดีเสียก่อน อาจถูกหลอกลวง
5. กลั่นแกล้งจากเพื่อนใหม่6. ถ้าเล่นอินเตอร์เน็ตมากเกินไปอาจเสียการเรียนได้ -
7. ข้อมูลบางอย่างก็ไม่เหมาะกับเด็กๆ
8. ขณะที่ใช้อินเตอร์เน็ต โทรศัพท์จะใช้งานไม่ได้ การสืบค้นข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต
ในยุคแห่งเทคโนโลยีมีข้อมูลมากมายมหาศาลที่จะให้เราสืบค้น การที่จะค้นหาข้อมูลจำนวนมากมายอย่างนี้เราไม่อาจจะกดคลิกเพื่อค้นหาข้อมูลให้พบได้ง่ายๆ จึงจำเป็นจะต้องอาศัยการค้นหาข้อมูลด้วยเครื่องมือค้นหาที่เรียกว่า Search Engine เข้ามาช่วยเพื่อความสะดวกและรวดเร็ว เว็บไซต์ที่ให้บริการค้นหาข้อมูลมีมากมายหลายที่ทั้งของคนไทยและต่างประเทศ

ข่าว 3 มิติ - ภัยจากอินเตอร์เน็ต

มหันตภัยร้ายบนอินเทอร์เน็ต


 จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่พุ่งทะยานเพิ่มขึ้นมหาศาลในแต่ละปี ไม่ว่าจะเป็นทั่วโลก หรือเฉพาะประเทศไทย จากความสามารถในการซึ่งเชื่อมโลกทั้งโลกเข้าด้วยกัน ที่ทำให้ทั้งข่าวสาร วัฒนธรรม รวมถึงพฤติกรรมการลอกเลียนแบบกระทำได้อย่างไร้ขีดจำกัด และง่ายดายเพียงชั่วพริบตา เป็นเหตุให้ผู้ใหญ่-ผู้ปกครองทวีความห่วงใยต่อมหันตภัยร้ายที่แฝงตัวมากับออนไลน์ ไซเทค มีรายงานสถานการณ์เด็กกับภัยอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยมาฝาก

ผลสำรวจของ นัว อินเทอร์เน็ต เซอร์เวย์ส คาดว่า ปี 2548 จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกจะเพิ่มปริมาณเป็น 1,000 ล้านคน จากเดือนกุมภาพันธ์ 2545 มีผู้ใช้ 544.2 ล้านคน ซึ่งตอนนี้ก็ ปี 2550 แล้ว ยอดคงฟุ่งปี๊ดไปไหนต่อไหนแล้ว และปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตของไทยก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกันปริมาณผู้ใช้ หรือการเติบโตอย่างรวดเร็ว อาจไม่น่าตกใจอะไร หากผลสำรวจในต่างประเทศจะไม่ระบุว่า 1 ใน 5 ของเด็ก ที่เล่นแชทรูม เคยถูกชักชวนให้มีเพศสัมพันธ์ 9 ใน 10 ของเด็กอายุ 9 ถึง 16 ปี เคยดูสื่อลามกในอินเทอร์เน็ต 25% ของเด็กที่เคยถูกชักชวนให้มีเพศสัมพันธ์กล้าบอกพ่อแม่ และชื่อที่น่าจะปลอดภัยแต่เมื่อค้นหาในเสิร์ช เอ็นจิ้น กลับนำไปสู่เวบไซต์ลามก เช่น Disney, Action  Man, Barbie, Pokemon, Alice, My Little Pony

ใช้เทคโนโลยีโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนเกิดเป็นภัยร้ายลุกลามได้


สังคมปัจจุบันนี้มีภัยต่าง ๆ ที่แฝงตัวอยู่ทุกส่วนของสังคม ไม่ว่าจะเป็นภัยจากการถูกแอบถ่ายรูป หรือภัยจากการลักลอบโอนเงินจากธนาคาร นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น   

                        ภัยที่มากับอินเทอร์เน็ตหรือภับไซเบอร์  ขณะที่ชุมชนใหม่บนโลกไซเบอร์กำลังก่อเกิดขึ้น การติดต่อสื่อสารผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ทุกคนยอมรับว่า สะดวก รวดเร็ว และตอบสนองความต้องการในทุกด้าน โลกที่เปิดกว้างนี้ได้สร้างความสัมพันธ์ให้กับผู้คนในหลากหลายรูปแบบ แต่ขณะเดียวกันสังคมไซเบอร์ก็นำพาปัญหามาให้กับผู้ใช้โดยเฉพาะเยาวชนที่อาจเผลอไผลใช้เทคโนโลยีโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จนเกิดเป็นภัยร้ายลุกลามได้ืื  หากเอ่ยถึงภัยร้ายทางอินเทอร์เน็ตเรียกว่า  มีหลากหลายรูปแบบให้ต้องระแวดระวัง  เพราะโลกไซเบอร์มีเครือข่ายเชื่อมโยงทั่วทุกมุมโลก  ภัยที่แฝงอยู่จึงมาได้หลายทาง  หากแบ่งแยกแล้่วอาจได้ประมาณ  3  กลุ่ม คือ
        1.  ภัยจากคนแปลกหน้า  หรือบุคคลเสมือน   บางทีเด็กหญิงที่เราเจอในแชทรูมที่จริงอาจเป็นชายวัยกลางกคนที่เข้ามาพูดคุยสร้างภาพเพื่อหลอกให้เราตายใจ  หวังล่อลวงนัดพบ และเมื่อออกไปเจอเขาก็อาจถูกล่วงเกิน
หรือทำร้าย  มิจฉาชีพกลุ่มหนึ่งทำเว็บไซต์ปลอมหลอกให้เรากรอกข้อมูลส่วนตัว  เช่น  ชื่อ  ที่อยู่  เบอร์ติดต่อ   เลขรหัสบัตรเครดิต  แล้วนำไปใช้แอบอ้างเป็นตัวเรา
     2. ภัยจากเนื้อหาต้องห้าม   อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งรวมเนื้อหา  ข้อมูล ข้อมูล รูปภาพ ความคิดเห็นนานาจากผู้คนทั่วโลก  จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีทั้งข้อมูลที่สร้างสรรค์เป็นประโยชน์และข้อมูลที่เป็นอันตราย  เช่น
มีการเผยแพร่สิ่งพิมพ์รูปภาพ  หรือ โฆษณาวัตถุลามากอานาจาร  ผิดกฏหมาย  หมิ่นประมาท ยุยง ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม  เนื้อหารุนแรงเกลียดชัง  บ่อนทำลาย  ผิดศีละรรม  เนื้อหาทางเพศโจ่งแจ้ง
   3. ภัยจากการใช้งานไม่เหมาะสมอื่นๆ  ไวรัสคอมพิวเตอร์แพร่ระบาดได้ง่ายผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  โดยผู้ใช้ที่ขาดความรู้และความระมัดระวัง มันจะกระจายตัวอย่างรวดเร็วและสร้างความเสียหายได้คราวละมาก ๆ
 นอกจากนี้ยังมีผู้ไม่ประสงค์ดีทำการบุกรุกเครือข่ายเพื่อขโมยข้อมูล  แก้ไขข้อมูลเพื่อประโยชน์ส่วนตัว  ทำการโจมตีให้ระบบล่ม  ภัยจากโลกไซเบอร์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งได้แก่  การที่เด็กและเยาวชนใช้เวลามากเกินไปบนโลกออนไลน์
ทำให้ขาดปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง  ละเลยต่อการเรียนหรือกิจกรรมกลางแจ้งในโลกปกติ  ทำให้เสียสุขภาพและขาดทักษะการเรียนรู้ทางสังคม

ภัยที่มากับอินเทอร์เน็ต


 1. พิชชิ่ง  (pifishing)  คือการเลียนแบบทำเหมือนต้นฉบับทุกประการ  ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ส่วนใหญ่อาชญากรจะในการทำธุรกรรมทางด้านการเงิน อย่างเช่น  การฝากเงิน  การถอน  หรือการโอนเงิน  ด้วยการตั้งเว็บไซต์ขึ้นมาเหมือนกับธนาคารทุกประการและหลังจากนั้นจะมีการหลอกผู้ที่เข้าไปใช้บริการเพื่อเอารหัสบัญชีแล้วนำไปทำธุรกรรมอย่างอื่น

     2. ภัยจากเว็บแคม    ถือได้ว่าเป็นภัยที่นับวันจะมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุกวัน  โดยเฉพาะกับเด็กวัยรุ่น เพราะมิจฉาชีพจะติดกล้องไว้ที่ตัวคอมพิวเตอร์เพื่อดูพฤติกรรมของฝ่ายหนึ่ง  และเว็บแคมทุกวันนี้มีความรุนแรงมากขึ้น
ถึงขั้นลามกอนาจาร  หรือเรียกกันง่าย ๆ  ก้คือ ขายบริการทางเพศทางเว็บนั่นเอง  ที่นี้ลองมานึกภาพดูซิว่าถ้าเป็นลูกหลานของท่านกำลังมีพฤติกรรมแบบนี้  และไม่สามารถยับยั้งชั่งใจตนเอง  ได้ผลที่จะตามมาก็คือเสียเงินค่าบริการ
ขาดความสนใจในการเรียน  เสียสุขภาพเพราะนอนดึก  ร้ายไปกว่านั้นอาจส่ใช้การบัตงผลถึงสุขภาพจิต ซึ่งไม่แน่ว่าเป็นสาเหตุก่อให้เกิดการข่มขืนกระทำชำเราตามที่เป็นข่าวอยู่เนือง  ๆ 

    3. ภัยจากบัตรเครดิต  ซึ่งเป็นภัยของพวกนักช้อปฯ  หรือผู้ที่ไม่ต้องการพกเงินสดติดตัวเป็นจำนวนมากก็จะบัตรเครดิตในการชำระสินค้าต่าง ๆ แต่ใครจะรู้ว่าถึงเวลาชำระค่าบัตรกลับมีตัวเลขที่ต้องชำระเพิ่มขึ้นอย่างมากโขทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ใช้
ซึ่งวิธีการที่พวกมิฉาชีพมักจะหาประโยชน์จากบัตรเครดิตคือ  ทุกครั้งที่มีการรูดบัตรตัวเครื่องก็จะทำการอ่านบัตรและเชื่อมตัวไปยังธนาคารเจ้าของบัตร แต่ระหว่างที่มีการติดต่อกันระหว่างเครื่องรูดบัตรกับธนาคา  พวกมิจฉาชีพก็ได้นำเครื่อง
เล่น Mp3  ไปไว้เพื่อดักฟังข้อมูล

4. ภัยที่มากับเกมคอมพิวเตอร์    ฟังดูเผิน  ๆ  แล้วไม่น่าจะมีพิษสงอะไรมากนัก เพราะเป็นเกมเล่นเฉย ๆ แต่ท่านผู้อ่านทราบหรือไม่ว่าเกมคอมพิวเตอร์ได้ส่งผลเสียต่อผู้คนที่ขาดสติปัชัญญะจนเสียผู้เสียคนมามากต่อมากแล้ว
ดังเช่น เกม GTA ที่เป็นข่าวครึกโครมกัน เพราะเกมก็เหมือนกับของหลาย  ๆ อย่างในโลกนี้  ที่มีทั้งด้านบวกและด้านลบ  ถ้ารู้จักใช้หรือใช้พอเหมาะพอดีก็จะเกิดประโยชน์  แต่ถ้าไม่รู้จักใช้หรือใช้มากเกินไปก็จะก่อให้เกิดโทษ
         อันตรายจากโลกไซเบอร์เพิ่มขึ้นทุกวัน จากข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์   โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงที่ถูกลวงไปเพื่อทำอนาจาร ข่มขืน ถ่ายคลิปวิดีโอ  เกิดจากการเชื่อคนง่าย ขาดวิจารณญานในการฟัง  การคิด  ชอบความสบาย ความสนุกเป็นที่ตั้ง จึงทำให้เด็กผู้หญิงถูกหลอกง่ายขึ้น

มหันตภัยที่ไม่ควรมองข้าม

อินเทอร์เน็ตถือว่ามีความจำเป็นอย่างมากถึงมากที่สุด สำหรับการดำเนินชีวิตในโลกยุคใหม่ เพราะความสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสามารถทำกิจกรรมได้หลากหลายอย่าง โลกไซเบอร์จึงเปรียบดังโลกเสมือนจริงที่เปิดกว้างให้สามารถค้นหาข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ 

ความบันเทิงที่หลากหลาย หรือจะแบ่งปันข้อมูลข่าวสารไปยังเพื่อนๆ ทั่วโลกก็ทำได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย แต่เหรียญมีสองด้าน สิ่งใดมีประโยชน์ก็ย่อมจะมีโทษตามมา หากผู้ใช้ขาดสติ และไม่ระมัดระวัง ก็สามารถนำพาชีวิตเข้าสู่อันตรายอย่างไม่อาจจะคาดการณ์ได้ทีเดียวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปฟังเสวนาพิเศษเรื่อง “รู้เท่าทันกฎหมาย ชนะภัยไซเบอร์” ซึ่งมีการนำเสนอผลงานวิจัยชิ้นล่าสุดของปัญญาสมาพันธ์เพื่อการวิจัยความเห็นสาธารณะแห่งประเทศไทย เรื่อง “ภัยไซเบอร์ : การรับรู้และความเข้าใจของประชาชน เกี่ยวกับกฎหมาย และหน่วยงานที่รับผิดชอบ” ร่วมเสวนาโดย พ.ต.อ.สมพร แดงดี ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นายวันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์พันทิปดอทคอม และ ผศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ คณะกรรมการบริหารนโยบาย ปัญญาสมาพันธ์ฯ ซึ่งมีเนื้อหาน่าสนใจอดไม่ได้ที่จะหยิบยกมาเล่าสู่กันฟังจากการศึกษาวิจัยของเขาพบว่า ปัจจุบันจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ ส่งผลต่อปัญหาด้านอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตที่สูงขึ้นเช่นกันแต่ข้อมูลคดีอาชญากรรมบนอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2550 ถึงเดือนกรกฎาคม 2553 กลับพบว่าการดำเนินคดีตามกฎหมายมีเพียง 185 คดีที่ขึ้นสู่ชั้นศาล ซึ่งอาจเกิดจากการยอมความกันในขั้นสอบสวน หรือผู้ตกเป็นเหยื่ออาจไม่มีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมบนอินเทอร์เน็ต รวมถึงไม่ทราบขั้นตอนในการดำเนินการเมื่อตกเป็นเหยื่อทั้งนี้ ผู้ตอบส่วนใหญ่เห็นว่า บทลงโทษของผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั้น สมควรทั้งถูกจำคุกและถูกปรับมากที่สุดถึงร้อยละ 62 โดยร้อยละ 42.6 ตอบว่ารู้สึกกลัวที่จะกระทำผิด ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่ากลุ่ม ที่รู้สึกว่ากลัวจะตกเป็นเหยื่อที่มีมากถึงร้อยละ 58.3 และส่วนใหญ่ต้องการให้มีหน่วยงานเข้ามาดูแล และป้องกันภัยทางไซเบอร์อย่างจริงๆ จังๆ ขณะที่คำถามว่า หากโดนกระทำผิดทางอินเทอร์เน็ต รู้ไหมว่าจะสามารถเรียกร้องได้ที่ไหนกับใคร พบว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ 51.1 ทราบว่าร้องเรียนได้ แต่ไม่รู้ว่าจะต้องร้องเรียนที่ไหนกับใคร รองลงมาร้อยละ 34 ตอบว่าไม่เคยทราบมาก่อนว่า สามารถร้องเรียนได้ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 35 ไม่ทราบมาก่อนว่ามีกฎหมายนี้ ราวร้อยละ 35.9 ตอบว่าทราบว่ามีพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 แต่ไม่เคยอ่าน 

10 ภัยร้ายออนไลน์ที่นักท่องโลกไซเบอร์ต้องผวา

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail
    1. ใบแจ้งราคาสินค้า (ปลอม) ถ้าได้รับข้อความอีเมล์แจ้งให้เปิด และพิมพ์ "ใบแจ้งราคาสินค้า" ที่ได้แนบไฟล์มานั้นมันคือ โทรจัน ซึ่งตัวล่าสุดที่พบคือหนอนไวรัส WORM_OTORUN.C
    2. โทรจันที่มาพร้อมใบรับสินค้า (ของปลอม) อีเมล์จากผู้จัดส่งสินค้ายอดนิยมซึ่งแจ้งว่าไม่สามารถส่งมอบของให้ผู้รับได้ พร้อมแนบไฟล์ข้อมูลที่ดูเหมือนเป็นใบแจ้งหนี้ แต่จริงๆ แล้วเป็นข้อความสแปมที่จะล่อลวงผู้ใช้ให้ติดตั้งโทรจันลงในเครื่องคอมพิวเตอร์
    3. อีคอมเมิร์ซฟิชชิ่ง อีเบย์(eBay) ร้านค้าปลีกออนไลน์ที่ฮิตติดอันดับทั้งทางซื้อขาย และการขโมยข้อมูลของผู้ใช้เพื่อเพิ่มผลประโยชน์ทางการเงิน
    4. ข้อมูลส่วนบุคคล บัตรของขวัญ และโปรโมชัน (ของปลอม) ผู้ใช้ที่ขอบค้นหาของฟรีหรือโปรโมชั่นพิเศษบนเว็บนั้นเสี่ยงต่อการถูกโจมตีโดย เว็บไซต์จะให้กรอกแบบสำรวจปลอมก่อนถูกที่จะขโมยข้อมูลลับหรือข้อมูลส่วนตัวนั้นไป
    5. เว็บไซต์สุดฮิต เป้าหมายหลักของการติดเชื้อคือเชื่อว่าเว็บไซต์นั้นน่าจะปลอดภัยและน่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่มีการเข้าชมสูง ฯลฯ
    6. ผลการค้นหาแหล่งช้อปปิ้งช่วงคริสต์มาส (ที่เป็นอันตราย) ภัยคุมคามซึ่งเป็นผลของการค้นหาคำว่า "Christmas gift shopping" ถูกพบว่านำไปสู่มัลแวร์หลากหลายชนิดที่เป็นอันตรายเช่น มัลแวร์ ฟิชชิ่งไซต์ ยูอาร์แอลอันตราย
    7. โฆษณามัลเแวร์ (Malvertisements) มักใช้โฆษณาและข้อเสนอเลียนแบบโฆษณาของจริง เพื่อแพร่กระจายมัลแวร์ โดยอาศัยความเชื่อใจของผู้ซื้อผ่านทางเว็บไซต์ยอดนิยม เ่ช่น Google MySpace เป็นต้น
    8. บัตรอวยพรอิเล็กทรอนิกส์ (อี-การ์ด) อาชญากรไซเบอร์มักจะใช้บัตรอวยพรอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีการ์ดเพื่อล่อลวงเหยีื่อให้คลิกลิงก์ที่เป็นอันตรายในข้อความสแปม
    9. ไซต์การกุศลจอมปลอม ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก เช่น เหตุการ์แผ่นดินไหว ไฟป่า น้ำท่วม ล้วนถูกอาชญากรไซเบอร์นำมาใช้ ประโยชน์เพื่อหลอกลวงให้รู้สึกอยากทำบุญและต้องการบริจาค อีกทั้งยังต้องสูญเสียเงินหรือข้อมูลที่เป็นความลับแถมไปอีกด้วย
    10. ภัยลวงนักล่าของถูก อาชญากรไซเบอร์จะใช้ส่วนลด และโปรโมชั่นเพื่อหลอกล่อเหยื่อให้คลิกลิงก์ที่เป็นอันตราย หรือใส่ข้อมูลที่เป็นความลับของตนลงในเว็บไซต์หลอกลวง10 ภัยร้ายออนไลน์