วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2555

คำแนะนำในการใช้งานอินเทอร์เน็ตช่วงน้ำท่วม

เชื่อว่าหลายท่านได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์อุทกภัย ซึ่งเต็มไปด้วยสารพัดข้อมูลทั้งจริงและเท็จ โดยเฉพาะข้อมูลจากทางอินเตอร์เน็ตและ Social Network เป็นส่วนใหญ่ แม้ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว และผู้ใช้สามารถมีส่วนในการสร้างสรรค์ได้ง่าย แต่ก็นำมาสู่ความเข้าใจผิดกันได้ง่ายด้วยเช่นกัน ทางสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย จึงได้ออกคำแนะนำแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตในช่วงเหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้






แนวปฏิบัติการใช้งานอินเทอร์เน็ต ในช่วงเหตุการณ์อุทกภัย 2554
โดย สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย 14 ตุลาคม 2554
      สืบเนื่องจากเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดในประเทศไทย ส่งผลทำให้มีผู้ได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก มีการเร่งระดมความช่วยเหลือจากหลายฝ่าย ท่ามกลางกระแสการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเป็นจำนวนมาก ผ่านทางอินเทอร์เน็ต และโซเชียลมีเดีย สมาคมฯ เห็นว่า แม้สื่ออินเทอร์เน็ตจะเป็นสื่อที่ทำให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ถูกส่งต่อ แพร่กระจายได้รวดเร็ว กว้างขวาง เหมาะสมกับการใช้งานในช่วงสถานการณ์ที่ต้องการความเร่งด่วนเช่นนี้ แต่ด้วยคุณลักษณะของสื่อเอง ที่มีการสื่อสารหลายทาง และผู้ใช้งานมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ เผยแพร่ หรือส่งต่อข้อมูล จึงมีความจำเป็นที่ผู้ใช้งาน และผู้ดูแลเว็บ จะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ อนึ่ง สมาคมฯ ขอความร่วมมือจากผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต และผู้ดูแลเว็บ ดังต่อไปนี้
สำหรับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไป
1. การรับข้อมูลข่าวสาร – เมื่อได้รับทราบข้อมูลข่าวสารต่างๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต และ/ หรือโซเชียลมีเดีย ควรใช้วิจารณญาณ และตรวจสอบที่มาของข้อมูลข่าวสาร ให้แน่ใจ โดยไม่ตื่นตระหนก
2. การส่งต่อข้อมูลข่าวสาร – เลือกส่งต่อเฉพาะข้อมูลข่าวสาร ที่ได้ตรวจสอบแล้วว่าเป็นความจริง ทราบที่มาของข้อมูลข่าวสารอย่างแน่นอนแล้วเท่านั้น การส่งต่อข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นถือเป็นการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550) มาตรา14 มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. การส่งต่อข้อมูลข่าวสาร – ควรระบุ เวลา สถานที่ แหล่งที่มาของข้อมูลข่าวสารอย่างชัดเจน ภายใต้สถานการณ์ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ การระบุเวลาของเหตุการณ์ต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้รับสาร เพื่อให้ผู้รับสารได้เข้าใจสถานการณ์อย่างถูกต้องเป็นปัจจุบัน
4. การส่งต่อข้อมูลข่าวสาร – ไม่ควรส่งต่อข้อมูลการรับบริจาคผ่านทาง โซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ เนื่องจากเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพ บิดเบือนข้อความ เช่นเลขบัญชีรับบริจาคแล้วทำการส่งต่อได้ง่าย หากมีความประสงค์จะเผยแพร่เลขบัญชีรับบริจาค ควรใช้วิธีการเผยแพร่ลิงค์ของหน้าเว็บเพจของหน่วยงานรับบริจาคที่เชื่อถือได้ ซึ่งมีข้อมูลเลขบัญชีรับบริจาคอยู่
5. การแจ้งเบาะแส – หากพบเห็น หรือทราบเบาะแสการหลอกลวงเงินบริจาค ควรรีบแจ้งเบาะแสต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยทันที
6. การเตรียมความพร้อม – หมั่นดูแลระดับพลังงานแบตเตอรี่ของอุปกรณ์สื่อสารให้อยู่ในระดับสูงสุดเสมอ เพื่อให้สามารถใช้เครื่องมือสื่อสารได้อย่างอิสระ เป็นระยะเวลานาน ในกรณีที่ระบบไฟฟ้าถูกตัด หรือดับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น