วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

นัยอันล้ำลึกของคำว่า “ขอบคุณ”

                     
แก้วที่คว่ำอยู่กลางสายฝนต่อให้ฝนตกกระหน่ำทั้งคืน
ก็ไม่อาจเต็มไปด้วยน้ำคนที่ไม่ยอมเปิดใจเรียนรู้
ต่อให้คลุกคลีอยู่กับนักปราชญ์ทั้งคืนทั้งวันก็ยังโง่เท่าเดิม
นัยอันล้ำลึกของคำว่า “ขอบคุณ”
ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้วิธีลุกขึ้นสู้
ขอบคุณความยากจน ที่ทำให้เป็นคนมุมานะ
ขอบคุณความล้มเหลว ที่ทำให้เกิดความเชี่ยวชาญ
ขอบคุณความผิดพลาด ที่ทำให้ฉลาดยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณความริษยา ที่ทำให้กล้าสร้างสรรค์สิ่งใหม่
ขอบคุณคำวิพากษ์วิจารณ์ ที่ทำให้ผลิบานอย่างไร้ข้อตำหนิ
ขอบคุณความไม่รู้ ที่ทำให้รู้จักครูที่ชื่อประสบการณ์
ขอบคุณความผิดหวัง ที่ทำให้ตั้งสติเพื่อลุกขึ้นมาใหม่
ขอบคุณศัตรูที่แกร่งกล้า ที่ทำให้รู้ว่าเรายังไม่ใช่มืออาชีพ
ขอบคุณมหกรรมคอรัปชั่น ที่ทำให้เราอยากสร้างสรรค์การเมืองใหม่
ขอบคุณความป่วยไข้ ที่ทำให้เราตั้งใจดูแลสุขภาพ
ขอบคุณความทุกข์ที่ ทำให้เรารู้ว่าความสุขมีค่าแค่ไหน
ขอบคุณความพลัดพราก ที่ทำให้เราสละจากความยึดมั่น ถือมั่น
ขอบคุณเพลิงกิเลส ที่ทำให้เรามีเหตุอยากถึงพระนิพพาน
ขอบคุณความตาย ที่ทำให้ฉากสุดท้ายของชีวิตสมบูรณ์แบบ…
โดยท่าน ว. วชิรเมธี

มหัศจรรย์แห่งชีวิต… หลักคิด 20 ข้อ จากท่าน ว.วชิรเมธี

                            

๑. กลัวลูกมีเซ็กส์ในวัยเรียน ?
ไม่อยากให้เกิด ต้องเอาปัญญาใส่ในมือลูก
ให้เงินลูกน้อยๆ ให้ความรู้แก่ลูกมากๆ ด่าลูกน้อยๆ ให้คำสอนลูกมากๆ
๒. ไหว้พระขอพรอะไรดี ?
(๑) ขออย่าให้โลภจนหน้ามืด
(๒) ขออย่าให้โกรธจนทำร้ายตัวเอง
(๓) ขออย่าให้หลงจนไม่รู้ดีรู้ชั่ว
(๔) ขออย่าให้ตายในสงคราม ระหว่างคนไทยด้วยกันเอง
๓. ท้อแท้กับปัญหามากมายทำอย่างไรดี ?
ปลาที่ยังเป็นอยู่ ล้วนเรียนรู้ที่จะว่ายทวนน้ำ
ส่วนปลาตาย มักไหลตามน้ำ
ปัญหาทำให้คนธรรมดาท้อ แต่ทำให้คนมีปัญญาลุกขึ้นมาแก้ไข
๔. ทะเลาะกับแฟนจนไม่มีสมาธิทำงาน ?
งานส่วนงาน แฟนส่วนแฟน
รู้จักแบ่งเวลาให้งาน รู้จักแบ่งเวลาให้แฟน
อย่าเสียงานเพราะแฟน อย่าเสียแฟนเพราะงาน
๕. โกรธ! ถูกเพื่อนนินทา ?
โบราณว่าไม่มีใครเตะหมาที่ตายแล้ว
คุณถูกนินทาแสดงว่าคุณยังมีความหมาย
คุณเป็นคนโชคดี จู่ๆ ก็มีกระจกวิเศษสะท้อนความอัปลักษณ์
ให้เห็นความบกพร่องของตัวเอง
๖. จับได้ว่าแฟนมีกิ๊กทำอย่างไรดี?
(๑) ถามตัวเองว่าเราดีกับเขาพอหรือยัง
(๒) ระหว่างเรากับกิ๊กมีข้อดีข้อด้อยต่างกันตรงไหน
(๓) ถามแฟนว่าจะเลือกใครก็รีบทำ
ไม่รักฉัน อย่าทำให้ฉันเสียเวลา
๗. โดนเพื่อนร่วมงานแย่งซีนทำอย่างไร?
เขาแย่งจากเราได้เพียงแค่ซีนและภาพลักษณ์เท่านั้น
แต่เขาไม่สามารถแย่งความรู้และความสามารถไปจากเราได้
๘. งานเยอะมากทำอย่างไรดี ?
(๑) รู้ว่างานเยอะต้องรีบทำ
(๒) อย่าดองงานข้ามปีข้ามชาติ
(๓) เรียงลำดับความสำคัญของงาน
สำคัญก่อนให้รีบทำ สำคัญน้อยค่อยทยอยทำ
๙. ทำงานดี มีแต่คนริษยา จะรับมืออย่างไร ?
โบราณว่า ไม้ใหญ่ย่อมเจอขวานคม
คนเด่นต้องมีคนด่า คนมีปัญญาจึงมีคนลองดี
คนทำงานดีจึงมีคนริษยา ปรากฏการณ์เช่นว่านี้
เป็นของธรรมดา ทำงานดีจนมีคนริษยา
ยังดีกว่าทำงานไม่ดี จึงเป็นได้อย่างดีแค่คนที่คอยริษยา
๑๐. ทำงานแทบตาย เงินไม่พอใช้ ทำอย่างไรดี ?
(๑) หางานใหม่
(๒) ลดความต้องการให้น้อยลง อยู่กับความจริงให้มาก
(๓) บริโภคปัจจัยสี่โดยมุ่งประโยชน์ อย่ามุ่งประดับ
(๔) ทำบัญชีรายรับรายจ่าย รับมากกว่าจ่ายจึงนับว่ายอด
จ่ายมากกว่ารับนับว่าแย่
๑๑. ถูกนายด่า อารมณ์เสีย ?
คนที่ด่าคนอื่นสะท้อนว่าระบบข้างใจกำลังพัง
คนอารมณ์เสียเพราะถูกด่า
แสดงว่าระบบของตัวเองก็พังตามไปด้วย
๑๒. ไถ่ชีวิตโคได้บุญมากไหม ?
ถ้าไถ่แล้วโคอยู่รอด คุณได้บุญ
แต่หากไถ่เพื่อทำให้วัดอยู่รอด คุณได้บาป
แทนที่จะไถ่โคกระบือ
คุณควรไถ่ตัวเองให้พ้นจากความโลภ โกรธ หลง ดีกว่า
๑๓. แฟนติดหนังเกาหลี ดูทั้งคืนไม่ยอมนอน ?
ขอให้คิดว่าอย่างน้อยเธอยังนั่งดูอยู่ในบ้าน
ถึงเธอจะติดหนังเกาหลี ก็ยังดีกว่าติดผู้ชายขี้หลีที่อยู่นอกบ้าน
๑๔. ลูกค้าจู้จี้ทำอย่างไรดี?
มีลูกค้าจู้จี้ยังดีกว่าวันทั้งวันไม่มีใครแวะเวียน ผ่านมาเยี่ยมเยียนถึงในร้าน
ลูกค้าจู้จี้ได้ แต่คุณต้องทำให้เขาประทับใจเอาไว้เสมอ
๑๕. ไปงานวันเกิดควรได้อะไร?
(๑) ได้ถามตัวเองว่า เราเกิดมาเพื่ออะไร
(๒) ได้ถามตัวเองว่า เราเกิดมาจากใคร
(๓) ได้ถามตัวเองว่า เรากตัญญูต่อผู้ให้กำเนิดแล้วหรือยัง
๑๖. สวดมนต์บทไหนดี ?
(๑) สวดพุทธคุณเพื่อเตือนว่า จงเป็นผู้ตื่น
(๒) สวดธรรมคุณเพื่อเตือนว่า
จงเว้นสิ่งที่ควรเว้น จงทำสิ่งที่ควรทำ
(๓) สวดสังฆคุณเพื่อเตือนว่า พระอรหันต์ที่แท้ คือพ่อกับแม่ที่อยู่ในบ้านของเรานั่นเอง
๑๗. สามีไม่สนใจธรรมะเลยทำอย่างไรดี ?
(๑) เราควรมีธรรมะให้เขาดู
(๒) เราควรอยู่ให้เขาเห็น
(๓) เราควรสงบเย็นให้เขาได้สัมผัส เนื่องเพราะ หนึ่งการกระทำสำคัญกว่าพันคำพูด
๑๘. โดนขับรถปาดหน้า โมโหมาก ?
(๑) บอกตัวเองว่าโกรธคือโง่ โมโหคือบ้า ด่าคือมาร ระรานคือบาป
(๒) เปลี่ยนการด่าเป็นการแผ่เมตตาให้เขาถึงที่หมายโดยปลอดภัย
(๓) เตือนตนไว้ว่า อย่าขับรถปาดหน้าใคร เพราะอาจมีอันตรายรอบด้าน
๑๙. อยู่ในกลุ่มเพื่อนชอบนินทาจะตีจากดีไหม ?
ท่านพุทธทาสกล่าวว่า คนชอบนินทาคือคนที่ชอบกินของเน่า
ถ้าเราร่วมผสมโรงไปกับเขา แสดงว่าเราเองก็ชอบกินของเน่าไม่เบาเหมือนกัน
๒๐. ทำไมมักเจอสิ่งที่ไม่ชอบใจอยู่เสมอ ?
ผู้รู้บอกว่า ศิลปินอย่าดูหมิ่นศิลปะ กองขยะดูดีๆ ยังมีศิลป์
ดังนั้น ในสิ่งที่คุณไม่ชอบ ย่อมมีแง่มุมที่คุณชอบ

อุปสรรคของชีวิต


เมื่อชีวิตเผชิญอุปสรรค
ต้องรู้จักว่านั่นเป็นธรรมดาของชีวิต
อย่าหวั่นไหว เมื่อเจออุปสรรค
เพราะอุปสรรคช่วยสร้างประสิทธิภาพ
ปัจจัยของความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจ
ไม่มีอะไรเกินกว่าอุปสรรค
ผู้ที่ไม่เคยต่อสู้กับอุปสรรค
ไฉนจะรู้จักความสามารถที่แท้จริงของตนได้
ก้อนหินน้อยขวางทางข้ามได้ก็ข้ามไป
ก้อนหินใหญ่ขวางทางเขยื้อนได้เขยื้อนไป
ภูเขาใหญ่ขวางทาง ถ้าต้องไปก็อ้อมไป
ผู้ที่สู้กับอุปสรรคที่ต้องหลีก
และผู้ท้อแท้ต่ออุปสรรคที่ต้องสู้
คือผู้หันหลังให้กับความจริง
และปิดหนทางแห่งความชอบธรรมเสียสิ้น

การแพ้ การชนะ

ในชีวิตของมนุษย์
มีหลายเรื่องที่ไม่อาจ ไม่ชนะ
และมีอีกหลายเรื่องที่ไม่อาจ ไม่แพ้
ครั้งที่สมควรยอมแพ้
คือครั้งที่ชนะแล้ว
ก่อทุกข์ ทำลายสุขแก่ผู้แพ้ และตนเอง
การยอมแพ้ในครั้งที่ไม่สมควรจะชนะ
ผู้แพ้คือผู้ชนะที่แท้จริง
การยอมแพ้อย่างท้อแท้ หดหู่
มิใช่วิสัยของนักสู้ที่แท้จริง
เพราะการยอมแพ้เช่นนั้น
ย่อมไม่อาจสร้างสรรค์ความก้าวหน้าขึ้นได้อีก
จงสู้ด้วยสติปัญญาอันอ่อนโยนเถิด
แพ้ชนะมิใช่เป้าหมาย
แต่ก็ให้ความเบิกบานได้เสมอกัน

ศักดิ์ศรี

พูดถึงเรื่องอัตตาตัวตนบางคนฟังไม่ถูก จึงขอพูดถึงอาการของอัตตาที่ค่อนข้างชัดเจน นั้นคือสิ่งที่เราเรียกว่าศักดิ์ศรี
เราควรจะดูตัวเองให้เป็นว่า
ศักดิ์ศรีของเราอยู่ตรงไหน
เพราะศักดิ์ศรีเป็นจุดอ่อนของเรา
เป็นทีเกิดของทุกข์
สิ่งใดก็ตามแม้แต่ขี้ปะติ๋ว
หากกระทบศักดิ์ศรีของเราเมื่อใดก็เป็นเรื่องเมื่อนั้นทันที
ถ้าเราเอาการรักษาศักดิ์ศรีเป็นเครื่องตัดสินว่า
เราจะทำหรือไม่ทำอะไรในชีวิต
เราควรจะระวังให้ดีว่า
เราผูกศักดิ์ศรีของเราไว้กับอะไรบ้าง
ตราบใดที่เรายังเป็นปุถุชนคงยังไม่พ้นความยึดมั่นในศักดิ์ศรี
แต่อย่างน้อยที่สุดเราควรจะพัฒนามัน
จนขึ้นอยู่กับการเป็นพุทธมามกะมากกว่าอย่างอื่น
การมีอัตตาหรือการเป็นชาวพุทธที่ดียังมีโทษอยู่
แต่สำหรับนักปฏิบัติธรรมอาจใช้ความรู้สึกในศักดิ์ศรี
มาหนุนกำลังความละอายต่อบาปในเบื้องต้น
และเป็นขั้นตอนที่จะนำไปสู่ความปลอดภัยในที่สุด
ทุกวันนี้เราเอาอะไรมาเป็นศักดิ์ศรีของตน ขอให้ดูให้ดี
เพราะถ้าไม่ระวังในเรื่องนี้ เดี๋ยวจะกีดกั้นความเจริญในธรรม
มัวแต่เป็นห่วงเรื่องมายา
คือเอาแต่กังวลเรื่องความรู้สึกของเขาต่อเรา อย่างนี้ก็ยุ่ง
ถ้าศักดิ์ศรีของเราขึ้นอยู่กับความมั่นใจว่า
เขารักเราจริง เขาเคารพเราจริง เขากลัวเราจริง ฯลฯ
อย่างนี้ไม่มีวันที่จะสงบได้
เราจะอ่อนไหวต่อการกระทำของคนอื่นตลอดเวลา
เขาทำอย่างนั้นแปลว่าอะไร
เขาไม่ทำอย่างนั้นแปลว่าอะไร
เขาพูดอย่างนั้นแปลว่าอะไร
เขาเงียบอย่างนั้นแปลว่าอะไร
เขายิ้นอย่างนั้นแปลว่าอย่างไร
เขาหน้าตาเฉยอย่างนั้นแปลว่าอย่างไร
เป็นนักแปลอย่างนี้เหน็ดเหนื่อยมาก

28 ข้อคิดในการใช้ชีวิต

28 ข้อคิดในการใช้ชีวิต เป็นข้อคิดที่เก็บไว้เมื่อนานมาแล้ว แต่เมื่อเอามาอ่านอีกทีก็พบว่ายังเป็นเรื่องที่ดีมากๆที่ควรแบ่งปันให้รับรู้โดยทั่วกัน ได้มาจากฟอเวิร์ดเมล์เมื่อนานมาแล้ว ลองอ่านกันดูนะ
1.อย่าทำลายความหวังของใคร เพราะทั้งชีวิตเขาอาจเหลืออยู่แค่นั้นก็ได้
2.เมื่อมีคนเล่าว่าเขามีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญ จง เป็นผู้ฟังที่ดีอย่าไปคุยทับ อย่าไปขัดคอ
3.จงตั้งใจฟังให้ดี โอกาสทองบางทีมันก็มาถึงแบบแว่วๆเท่านั้น
4.หยุดอ่านคำอธิบายสถานที่ทางประวัติศาสตร์ตามทางบ้างเพราะมีอะไรดีๆบางอย่างซ่อนอยู่
5.จะคิดทำการใดจงคิดการให้ใหญ่เข้าไว้ แต่ให้เติมความสนุกสนานลงไปด้วยเล็กน้อย
6.หัดทำสิ่งดีๆให้กับผู้อื่นจนเป็นนิสัยโดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้
7.จงจำไว้ว่า ข่าวทุกชนิดล้วนถูกบิดเบือนมาแล้วทั้งนั้น
8.เวลาเล่นเกมกับเด็กๆก็ปล่อยให้เด็กชนะไปเถอะ
9.ใครจะวิจารณ์เรายังงัยก็ตาม อย่าเสียเวลาไปโต้ตอบ แต่ให้ปรับปรุงตนเอง
10.จงให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ “สอง” แต่อย่าให้ถึง “สาม”
11.อย่าให้วิจารณ์นายจ้าง ถ้าทำงานไม่มีความสุขก็ลาออกดีกว่า
12.ทำตัวให้สบาย อย่าคิดมาก ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายแล้วอะไรๆ มันก็ไม่สำคัญอย่างที่คิดไว้แต่แรกหรอก
13.ใช้เวลาให้น้อยๆในการคิดว่า”ใครผิด” แต่ใช้เวลาให้มากในการคิดว่า”อะไร” เป็นสิ่งที่ผิด
14.จงจำไว้ว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับ ” คนโหดร้าย ” แต่กำลังสู้กับ ” ความโหดร้าย ” ในตัวคน
15.โปรดคิด คิด คิด และคิดให้รอบคอบ ก่อนที่จะให้เพื่อนเรามีภาระในการเก็บรักษาความลับ
16.ยอมที่จะแพ้ในสงครามย่อยๆ เมื่อการแพ้นั้นจะทำให้เราชนะในสงครามใหญ่
17.เป็นคนถ่อมตน จำไว้ว่าคนอื่นทำอะไรต่อมิอะไรสำเร็จกันมามากมายก่อนเราเกิดเสียอีก
18.ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายสักเพียงใด จงสุขุมเยือกเย็นเข้าไว้
19.มีมารยาทและอดทนกับคนที่สูงวัยกว่าเสมอ
20.อย่าให้ปัญหาของเราทำให้คนอื่นต้องเบื่อหน่าย ถ้ามีใครมาถามว่า ” เป็นไง?” ตอบไปเลยว่า ” สบายมาก”
21.อย่าพูดว่าเรามีเวลาไม่พอ เพราะทุกคนในโลกก็มีเวลาวันละ 24 ชม.เท่ากัน
22.จงเป็นคนใจกล้าและเด็ดเดี่ยว เมื่อเหลียวไปดูอดีต เราจะเสียใจในสิ่งที่ควรทำแล้วไม่ได้ทำ มากกว่าเสียใจในสิ่งที่ทำไปแล้ว
23.ประเมินตนเองด้วยมาตรฐานตนเอง ไม่ใช่มาตรฐานคนอื่น
24.จริงจัง และเคี่ยวเข็ญต่อตนเองให้มาก แต่จงอ่อนโยนและผ่อนปรนต่อผู้อื่น
25.ให้ความนับถือแก่ทุกคนที่ทำงานเพื่อเลี้ยงชีพโดยสุจริต ไม่ว่างานนั้นจะดูแย่แค่ไหนในสายตาคนรอบข้าง
26.คำนึงถึงการมีชีวิตให้ ” กว้างขวาง ” มากกว่าการมีชีวิตเพื่อ ” ยืนยาว ”
27.(บางครั้ง) อย่าไปหวังเลยว่าในชีวิตนี้จะมีความยุติธรรม
28.ว่ากันว่ามี 3 สิ่งที่ไม่ควรถูกทำให้แตกหรือทำลาย ได้แก่ ของเล่นเด็ก คำสัญญาและจิตใจของใครๆ ก็ตาม

สิ่งที่เรามองข้าม

บทความนี้เขียนขึ้นโดย จอร์จ คอลลิน ซึ่งเป็นดาราตลกที่โด่งดัง เขาเขียนขึ้นในวันที่ 11 กันยายน (ตึกเวิรด์เทรดถล่ม) หลังจากที่ทราบว่าภรรยาของเขาเสียชีวิตในตึกนั้นด้วย.. ทำ..ในสิ่งที่อยากจะทำ อยากให้ทุกคนได้อ่าน ข้อความนี้ มีความหมายดีนะ
ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้นแต่ความอดกลั้นน้อยลง
เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง
เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง
เรามีความรักน้อยลง แต่มีความเกลียดมากขึ้น
เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว แต่เรากลับพบว่า
แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น…………
เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว แต่แค่ห้วงในหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง
เรามีรายได้สูงขึ้น แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง
เรามีอาหารดี ๆ มากขึ้นแต่สุขภาพแย่ลง
ทุกวันนี้ทุกบ้านมีคนหารายได้ได้ถึง 2 คน แต่การหย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น……จากนี้ไป……ขอให้พวกเรา อย่าเก็บของดี ๆ ไว้โดยอ้างว่าเพื่อโอกาสพิเศษ
เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือ ……โอกาสที่พิเศษสุด……แล้ว
จงแสวงหา การหยั่งรู้
จงนั่งตรงระเบียงบ้านเพื่อชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่ โดยไม่ใส่ใจกับความ…..อยาก…
จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูงคนที่รักให้มากขึ้น…….
กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากจะไป
ชีวิตคือโซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุขไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด
เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย
น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ จงหยิบมาใช้เมื่ออยากจะใช้
เอาคำพูดที่ว่า…….สักวันหนึ่ง……..ออกไปเสียจากพจนานุกรม
บอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเขาเหล่านั้นแค่ไหน
อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำอะไรก็ตามที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น
ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที มีความหมาย
เราไม่รู้เลยว่าเมื่อไรมันจะสิ้นสุดลง
และเวลานี้….

การทำความดี

ต่อไปนี้ถึงเวลาที่เราจะปฏิบัติจิตตภาวนา เราได้กระทำมาทุกวันๆ เพื่อเป็นเครื่องอบรมบ่มนิสัย ให้เป็นปัจจัยน้อมนำไปในทางที่ดี เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ตัวของเราเอง การทำความดีให้ถูกต้อง ตรงตามธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า สมควรอย่างยิ่งที่เราทั้งหลาย ที่ต้องการความสุข ต้องการความสงบ ต้องการออกจากทุกข์ ไม่มีการออกจากทุกข์ใดๆ ที่สำคัญเหมือนกับการสร้างความดี แม้ในอดีต ผู้ที่ได้ความสุขล้วนแต่เป็นผู้ประพฤติดีทั้งนั้น ไม่มีใครประพฤติชั่วแล้วได้ความสุข ได้สำเร็จมรรคผลนิพพาน ไม่มี
เมื่อเราทราบชัดอย่างนี้แล้ว เราก็มุ่งมั่นทำแต่ความดี ไม่ต้องลังเลใจ สงสัยในจิตในใจว่า เราทำนี้จะได้รับผลไหมหนอ เราจะได้ความดีไหมหนอ มัวแต่ลังเลใจ มัวแต่สงสัยในจิตในใจ กาลเวลาหมดไปๆ ผลที่สุด เราก็ไม่ได้อะไร เพราะเราไม่ได้ตัดสินใจให้แน่วแน่ และประพฤติปฏิบัติลงไป การทำความดีนั้น ไม่ใช่เราคิดทำเอง โดยไม่มีเหตุมีผล โดยไม่มีเยี่ยงอย่าง
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นเนติแบบฉบับ เป็นบรมครูของเรา ที่ท่านได้เป็นพระศาสดาเอกในโลกได้ เพราะพระองค์ทำความดี ด้วยกาย ด้วย วาจา และด้วยจิตใจ เสมอตลอดมา ความดีจึงปรากฏขึ้นสมบูรณ์บริบูรณ์ในพระองค์
ตรงกันข้ามกับบุคคลที่ทำไม่ดี สร้างความทุกข์ใส่ตัวเอง แล้วก็สร้างความทุกข์ให้ผู้อื่น สร้างความไม่สงบ สร้างความเดือดร้อน สร้างความเสื่อมเสีย หลายอย่างด้วยกัน ทั้งหมดนี้ล้วนจากสิ่งไม่ดีทั้งนั้น ทำไมการทำอย่างนั้นจึงเป็นสิ่งที่ไม่ดี เพราะทุกคนไม่ชอบผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำเช่นนั้น การกระทำเช่นนั้น จึงได้จัดในหมู่ ในหมวดในทางที่ไม่ดี ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์พยายามละ และแนะนำสั่งสอนให้สาวกละตามด้วย เราทั้งหลายปฏิบัติความดีด้วยจิตตภาวนานี้ ก็เพื่อให้ห่างจากสิ่งไม่ดีนั้นเอง เพราะเราคนเดียว กายก็มีกายอันเดียว เมื่อกายของเราทำความดีแล้ว เราก็เท่ากับเหินห่างจากสิ่งที่ไม่ดี วาจาของเรา เมื่อเราพูดแต่สิ่งที่ดี มีประโยชน์ เป็นวาจามั่นคง เป็นวาจาที่สะอาดบริสุทธิ์หมดจด บัณฑิตทั้งหลายนิยมชมชอบ เมื่อเราพูดแต่สิ่งที่ไม่ดี ไม่เกิดประโยชน์ เราก็ไม่ได้พูด ก็ชื่อว่าเราห่างจากสิ่งที่ไม่ดี เมื่อจิตใจน้อมนึกระลึก สิ่งที่ดีมีประโยชน์ ให้เกิดสติ เกิดปัญญา เกิดศรัทธา เกิดความเพียรพยายาม ล้วนแต่ให้เกิดประโยชน์สุขแก่ตัวของตัวเอง ก็เท่ากับเราไม่ได้ไปคิดในเรื่องที่ชั่ว เรื่องที่มีโทษ เมื่อเราคิดแต่เรื่องที่เป็นประโยชน์ เมื่อเรากระทำความดีอยู่อย่างนี้ ชีวิตความเป็นอยู่ของเรา ก็ล้วนแต่อยู่ด้วยดี ชีวิตที่ผ่านมาหมดไปแล้ว ก็หมดไปด้วยดี ชีวิตที่ยังเหลืออยู่ ถ้าเราประพฤติปฏิบัติไม่ลดละ ความดีของเรายิ่งงอกงาม เจริญเพิ่มเติมขึ้นอีกตามลำดับ เราสามารถจะมีกำลังเอาชนะสิ่งที่ไม่ดี อันเป็นสาเหตุให้ขัดขวางความดีได้ เพราะเหตุนั้น การทำความดีเป็นสิ่งที่จำเป็น เราควรศึกษาให้เข้าใจชัด ให้เห็นแจ้งตามหลักแห่งความจริง แล้วมุ่งมั่นปฏิบัติด้วยสัจจะ จึงจะรู้ของจริง จึงจะได้ประสบความจริง เพราะคำว่าเป็นธรรมมีอยู่ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา แต่จิตของเรา เมื่อยังไม่เป็นธรรมแล้ว ถึงธรรมมีอยู่เราก็อ่านไม่ออก เพราะเราไม่ได้ศึกษา
เหมือนผู้ไม่ได้ศึกษาตัวหนังสือ ไม่ได้ศึกษาภาษาต่างๆ เขาใช้ได้ทั่วโลก แต่เราไม่ได้ศึกษา แล้วเราก็พูดไม่ได้ อ่านไม่ออก ถึงมีอยู่ ไม่ใช่ไม่มี
ความสุขมีอยู่ แต่เราไม่ได้ศึกษาให้ถูกต้อง เราก็ไม่ได้รับผลจากสิ่งที่มีอยู่ คือ ความสุข ไม่ได้เป็นสมบัติของเราเลย เป็นสมบัติเลื่อนลอยอยู่อย่างนั้น ไม่เกิดประโยชน์แก่บุคคล ผู้ไม่รู้จัก บุคคลผู้ไม่ศึกษา มรรค ผล ธรรมวิเศษ ถึงมีอยู่ก็ตาม เมื่อเราไม่ได้ศึกษาให้เข้าใจ ไม่ประกอบให้ปรากฏขึ้นเป็นสมบัติของเราแล้ว เหมือนกับไม่มี ไม่ได้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่ พระพุทธเจ้าเท่านั้น พระอริยเจ้าเท่านั้น ท่านเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์จากธรรมะซึ่งเป็นของจริง เป็นสิ่งที่มั่นคง ท่านได้รับประโยชน์จากธรรมะเหล่านั้น ท่านก็ได้พ้นจากทุกข์ เพราะอาศัยรู้ธรรมสิ่งเหล่านี้ อาศัยปฏิบัติธรรม อันเป็นความจริงเหล่านี้

คิดดี พูดดี ทำดีได้บุญกุศล

                              


          มนุษย์เราถ้าเป็นคนดีได้อย่างแท้จริงแล้ว เรื่องบำเพ็ญก็ไม่ยากแล้วบำเพ็ญนั้นแตกต่างจากการเป็นคนดีอย่างไร การเป็นคนดีคือหมั่นทำบุญช่วยเหลือผู้อื่น สิ่งใดที่เป็นบุญสุนทานท่านก็ให้หมั่นสร้างนี่คือเรียกว่าเป็นคนดี ใครเดือดร้อน เราก็มีปัญญา ช่วยทางไหนได้เราก็ช่วย นี่คือการเป็นคนดี แต่บำเพ็ญธรรมต่างกันตรงที่ ไม่ใช่เน้นให้มนุษย์ทำบุญแล้วเป็นคนดีอย่างเดียว แต่ยังรู้จักขัดเกลาแก้ไขสิ่งที่ไม่ดีในจิตใจด้วย มนุษย์ถ้าแก้ไขสิ่งที่ไม่ดีในจิตใจด้วยการย้อนมองส่องตนอยู่ทุกขณะจิต ก็สามารถเกิดกุศลอันยิ่งใหญ่ และสามารถหลุดพ้นจากการเวียนว่ายด้วย ฉะนั้น บำเพ็ญธรรม คือเสริมความเป็นคนดีให้ดียิ่งขึ้น
มนุษย์ถ้าเอาแต่ดี แต่ไม่แก้ไขสิ่งที่ร้าย ไม่อาจจะเรียกว่าดีได้อย่างถ่องแท้ บำเพ็ญธรรม ทำแต่บุญ แต่ไม่ขัดเกลาแก้ไขตัวเองกุศลก็ย่อมไม่สมบูรณ์ ฉะนั้น การบำเพ็ญธรรมจึงเพิ่มอย่างหนึ่ง นั่นคือ นอกจากรู้จักทำบุญกุศลฉุดช่วยคนแล้ว ยังต้องรู้จักย้อนมองส่องตนแก้ไขตนเองที่ผิด หากรู้จักว่าตัวเองผิดหากรู้จักว่าตัวเองหลง คนๆ นั้นคือพุทธะ แต่หากยังคิดว่าตัวเองเป็นคนดี คนๆ นั้นก็ยังเป็นปุถุชน ฉะนั้น หากจะบำเพ็ญธรรมมิใช่เอาแต่ขัดเกลาผู้อื่นนะ แต่จะต้องรู้จักย้อนมองและขัดเกลาตัวตนเอง เพราะบุญนั้นสามารถทำให้เราอิ่มใจ แต่กุศลทำให้เราขึ้นสวรรค์ แดนนิพพานไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิด ฉะนั้น เพิ่มกุศลขึ้นอีกนิดหนึ่ง นอกจากจะได้ขึ้นสวรรค์แล้วยังได้ไปสู่แดนนิพพาน แต่เราต้องยอมขัดเกลาตัวเอง กล้าที่จะยอมรับว่าตัวเองยังมีสิ่งผิด กล้าที่จะมองตัวเองมากกว่ามองผู้อื่น พุทธะจึงบอกว่า ถ้าทุกวันฉันมองตัวเองทุกวันแก้ไขตัวเอง เราจะไม่มีเวลาไปนินทา ไปจับผิดใครได้ แต่ถ้ายังมีเวลาจับผิดคนอื่นก็แปลว่าตัวเรานั้นยังไม่เคยแก้ไข
คนทุกคนชอบทำบุญตักบาตร ทำบุญทำทานให้กับคนยากไร้เห็นใครเดือดร้อนก็อยากช่วย แต่ช่วยอย่างไรให้บุญนั้นเต็มเปี่ยม ให้ไปแล้วไม่ต้องคิดมาก เขาจะเป็นพระจริงพระเทียม เขาจะเป็นขอทานจริงขอทานปลอม ให้ไปเถอะ ให้ด้วยจิตใจที่ลดตระหนี่ถี่เหนียว ให้ไปด้วยความรู้สึกที่ว่าถ้าฉันไม่ให้ฉันคงจะเป็นคนขี้เหนียว ให้ไปแล้วลดความตระหนี่ถี่เหนียวได้ ให้ไปเถอะ เพราะให้แล้วยังได้ขัดเกลาความตระหนี่ถี่เหนียวในตัวเรา
อย่างเช่นกินข้าวเสร็จมีใครบ้างลุกแล้วเอาจานไปส่งให้เขาช่วยล้างบอกช่วยหน่อยครับขอบคุณมากครับ หากทำได้เราได้ขัดเกลาตัวเองหนึ่งคือขัดเกลาความขี้เกียจ สอง ขัดเกลาความเป็นคนปากหนัก ขอบคุณคนไม่เป็น การรู้จักขอบคุณคนทำให้คนรู้สึกมีกำลังใจ แค่คำพูดคำหนึ่งนอกจากเราสร้างบุญแล้ว เรายังสร้างกุศลในใจด้วย ก็คือแต่ก่อนเป็นคนปากหนัก ชมคนไม่เป็น เดี้ยวนี้ชมคนง่าย แถมให้กำลังใจคนทำดีด้วย และขัดเกลาตัวขี้เกียจที่สุดในใจเราให้ออกไปด้วย
เห็นไหมว่า คำๆ หนึ่ง นอกจากได้บุญยังได้กุศลด้วย แต่ไม่ใช่ทำแล้วหวังเอาหน้า อย่างนี้บุญก็ไม่เหลือกุศลก็ไม่ครบ ฉะนั้น ทำอะไรก็ตาม ถ้าเรารู้จักคิด นอกจากจะช่วยตัวเราแล้ว ยังให้กำลังใจเขาโดยไม่รู้ตัวด้วย เหมือนเราเข้าห้องน้ำ ทุกคนเข้าห้องน้ำไปเพื่ออะไรปลดทุกข์ใช่หรือไม่ ฉะนั้น เราอย่าเหลือทุกข์ให้ใครเห็น ปลดทุกข์แล้วต้องปลดให้สะอาด พอคนเข้าไปเขาจะได้มีสุขที่ได้ปลดทุกข์ แต่บางคนปลดทุกข์แล้ว ทิ้งทุกข์ไว้ให้คน พอเข้าไปแล้วไม่อยากปลดเลยทุกข์เห็นแล้วทุกข์ฉะนั้นผู้หญิงเป็นผู้ที่ละเอียดอ่อนเป็นผู้ที่รักสะอาด ฉะนั้นถ้าเรารู้จักคิด เราจะแปลความดีให้เป็นดียิ่งขึ้น ความดีให้เป็นกุศลจิตได้ด้วยรู้จักคิด จึงมีคำกล่าวว่า ความทุกข์ทำให้เราเจ็บปวด แต่ความทุกข์ถ้ารู้จักคิด รู้จักใช้ความทุกข์ให้เป็นประโยชน์ ความทุกข์ก็ทำให้เราหลุดพ้นบนโลกนี้ได้

ความดี อันคนดีทำง่าย

                                                      
           
            ความดี หมายถึง การกระทำ ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม คนที่คิดดี ก็จะพูดดีและทำดีด้วย เพราะมีจิตที่เป็นกุศล มองโลกในแง่ดี ทำความดีเป็นปกติวิสัยอยู่ทุกวัน ไม่มีเคอะเขินหรือฝืนใจทำแต่อย่างใด การทำดี ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมในชีวิตของเขา การไม่ได้ทำดี หรือการทำชั่วเสียอีก ที่เป็นสิ่งแปลกปลอมในชีวิตเพราะนาน ๆ จึงจะแว้บเข้ามาในชีวิตจิตใจ จึงเป็นเรื่องฝืนใจอย่างยิ่งที่จะกระทำ 
            คนดี สามารถทำความดีได้อย่างยิ้มแย้มแจ่มใสมีความสุข อิ่มอกอิ่มใจ จิตเขาห่อหุ้มด้วยกุศล เสียแล้ว การทำความดีจึงเป็นเรื่องง่ายนิดเดียวไม่มีการฝืนใจ เพียงมองโลกในแง่ดี รักเพื่อนมนุษย์ ให้อภัยในความผิดพลาดของคนอื่น ไม่เรียนรู้สังคมโดยใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลางชนิดที่ว่า ถ้าคนอื่นพูดหรือทำอะไรไม่ถูกใจ ไม่สอดคล้องกับกิเลส ตัณหาของตนในขณะนั้น ก็จะโวยวาย ตีโพยตีพายไม่ยอมรับ แต่รู้ว่าเพื่อนมนุษย์ผู้เป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายยังรู้ธรรมะหรือเข้าใจธรรมะน้อยกว่าเราจึงไม่ถือสาหาความ มุ่งแต่ทำความดีเสียสละเพื่อส่วนรวม ลด ละกิเลสอันได้แก่ ความโลภ ความโกรธ และ ความหลง ให้บรรเทาเบาบางลง ทำความดีเป็นปกติวิสัยจนเกิดเป็นอุปนิสัยที่เป็นความเคยชิน ดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า สุกรํ สาธุนา สาธุ : ความดี อันคน